1. การกำหนด Path สำหรับ JAVA
2. การกำหนดค่าใน Edit Plus
1. การกำหนด Path ให้กับ JAVA เริ่มต้นด้วยการที่คุณจะต้องไปดาวน์โหลด JAVA SDK(Software Development Kit) จากเว็บ http://java.sun.com/javase/downloads/index.jsp หลังจากติดตั้งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้กำหนดค่าดังนี้การกำหนด Path ให้กับ JAVAสำหรับ Windows 2000/XP/7
- เข้าไปที่ Control Panel > System จะปรากฏหน้าต่างของ System Properties
- เลือกไปที่ Advance เลือก Environment Variables

- ที่หน้าต่าง System Variable ให้ double click ที่ path จะปรากฏหน้าต่าง Edir System Variables
- ที่ vatiable value ให้ค่า path เป็น C:\Program Files\Java\jdk1.6.0_20\bin;(เนื่องจาก path ที่ติดตั้งของผมเป็นแบบนี้นะครับ คนอื่นอาจจะไม่เหมือนของผมก็ให้อ้าง path ตามที่อยู่ของ java ตอนติดตั้ง)
- หลังจากนั้นให้เข้าไปทำแบบเดียวกันที่ class path
*** Path ที่กำหนดด้านบน อาจจะเปลี่ยนแปลงตาม version ของ JDK ที่คุณได้ทำการติดตั้ง โดยคุณสามารถตรวจสอบได้ใน drive c: ในเครื่องคุณ
2. การกำหนด Edit Plus
- เปิดโปรแกรม Edit Plus แล้วเข้าไปที่ Menu Tool > Configuration User Tool แล้วจะปรากฏหน้าจอ Preference ดังรูป

- ที่หน้าต่างนี้ให้คุณตั้งค่า โดยเลือกไปที่ User Tool
- จะปรากฏหน้าต่าง สำหรับการเพิ่ม Group และ Tool ซึ่งในที่นี้ เราจะทำการเพิ่มเครื่องมือสำหรับ เรียกใช้คำสั่ง Java อันได้แก่
Run with out args (สั่งรันโปรแกรมโดยไม่มีการส่งตัวแปรเข้าไปด้วย)
Run with aegs (สั่งรันโปรแกรมโดยมีการส่งตัวแปรเข้าไปด้วย)
Applet (สั่งรันโปรแกรมประเภท applet) Java Doc (เรียกอ่านเอกสาร Java)
- คลิกไปที่ Group name ใส่ชื่อ group เป็น java
- จากนั้นทำการเพิ่มคำสั่ง java ทั้ง 5 คำสั่ง โดยผ่านการกดที่ปุ่ม Add Tool แล้วเลือกที่ Program จากนั้นที่กล่องข้อความ Menu Text จะปรากฏข้อความ New Program แล้วให้ใส่ชื่อคำสั่งที่ตอ้งการเซต เช่น ใส่ชื่อเป็น Compile ซึ่งวิธีในการเพิ่มคำสั่งจะเหมือนๆกัน แต่ค่าที่กำหนดจะแตกต่างกัน ดังตารางดังนี้
- เมื่อทำการตั้งค่าเรียบร้อยแล้วให้กดปุ่ม OK และทำการทดสอบสร้างโปรแกรม Java โดยเลือกที่เมนู File > New > Java
- ทำการตั้งชื่อคลาส(Class) ในที่นี่ชื่อ HelloDSS9 และบันทึกไฟล์ โดยใช้ชื่อเดียวกัน (จะได้ไฟล์ HelloDSS9.java)
- กดปุ่ม Ctrl+1 เพื่อเรียกคำสั่ง Compile
- กดปุ่ม Ctrl+2 เพื่อเรียกคำสั่ง Run with out args จะได้ผลดังรูป
ถ้าท่านใดทีข้อคิดเห็นสามารถบอกผมได้เลยนะ แล้วพบกันในบทความต่อไปครับ @podlocomotive

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น